ช่วงวิบากกรรมของปีศาจแดง

เส้นทาง เอฟเอ คัพ 2019 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกหยุดไว้เพียงรอบก่อนรองชนะเลิศ จากความปราชัย วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 ดูเพียงสกอร์บอร์ดอาจจะมองว่าเฉียดฉิว แต่หากใครนั่งชมเกมตลอด 90 นาทีต้องยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ทีมหมาป่า สมควรเป็นผู้ชนะและเข้าเป็นเล่นรอบรองชนะเลิศที่ เวมบลีย์ ทางเข้าSBOBET

ผิดกับ ปิศาจแดง ที่เล่นต่ำกว่ามาตรฐานแม้ว่าก่อนเกมบรรดาสาวกอาจจะแอบยิ้มเพราะดูรายชื่อมีทั้ง อันเดร์ เอร์เรร่า, เจสซี่ ลินการ์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กลับมาลงสนามเป็นตัวจริงแต่ผลงานบนผืนหญ้ากลับตรงกันข้ามกับ ผีแดง ยุค โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ล่นบอลได้รวดเร็ว คุกคามแนวรับฝ่ายตรงข้ามได้ดี ทว่านัดล่าสุดกลับดูเซื่องซึม เหงาหงอย และไม่เป็นธรรมชาติ

จังวะต่อบอลดูขาดๆเกินๆ ไม่ตรงช่อง ซึ่งจุดนี้ก็ต้องชม วูล์ฟส์ โดยเฉพาะ นูโน่ เอสปีรีโต้ ซานโต้ ที่วางแผนมาได้อย่างดีเยี่ยม ทีมหมาป่าจากมิดแลนด์สอาจจะมีเกร็งๆในช่วงแรก แต่พอเริ่มปรับกับบรรยากาศและคลายความกดดันออกไป พวกเขาเริ่มบีบพื้นที่ใส่นักเตะ ผีแดง ตั้งแต่แดนหน้า

หลายจังหวะที่เราจะเห็นได้ว่าแข้ง ปิศาจแดง จะเจอกับการเล่นที่อึดอัดและไม่สามารถพลิกบอลได้แบบสบายๆ หรือมีเวลาให้คิดให้ทำ พวกเขาต้องเจอกับการปะทะและบดบี้จากแข้งเจ้าบ้าน ซึ่งนั่นทำให้การเชื่อมเกมของทีมเยือนขาดตอนและไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะแนวรุกทั้ง 3 รายไม่ว่าจะเป็น ลินการ์ด, มาร์กซิยาล หรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่แทบจะไม่มีโอกาสสับไกสร้างปัญหาให้ จอห์น รัดดี้ ได้เลย

ไหนจะ ปอล ป็อกบา ที่หายไปจากเกมและเงียบสนิทชนิดที่แทบจะถูกตัดออกจากเกม จังหวะที่หนุ่มพลังม้าจากฝรั่งเศสรายนี้ได้โอกาสทำเกมก็จะโดนกองกลางหรือกองหลัง วูล์ฟส์ สลับกันเตะตัดขาไม่ให้สร้างความอันตรายได้

นี่คือแผนการที่ นูโน่ เตรียมเพื่อตัด ป็อกบา ออกจากเกมและลดทอนอันตรายของแข้งเบอร์ 1 ปิศาจแดง

จุดนี้ต้องปรบมือให้กับ วูล์ฟส์ ที่ทำการบ้านมาดี นักเตะเล่นไต้ตามแผนที่วางไว้ และเกือบจะออกนำในท้ายครึ่งแรก

ด้วยสกอร์ที่ยังคงไม่มีประตูเกิดขึ้น หลายคนมองว่าโอกาสยังคงเปิดกว้าง แต่สิ่งที่ นูโน่ เตรียมมาตลอด 45 นาทีแรกเริ่มมีผลสัมฤทธิ์ หนึ่งในนั้นคือความมั่นใจของนักเตะหมาป่าที่เพิ่มสูง ซึ่งตอนนั้นพวกเขาคิดว่าทีมมีโอกาสเล่นงานทีมดังจาก แมนเชสเตอร์ ทางเข้าSBOBET

หลักฐานชัดเจนคือรูปเกมที่เปลี่ยนไป วูล์ฟส์ เริ่มกล้าที่จะเปิดเกมรุกมากขึ้นด้วยการคุกคามทั้งด้านกว้างและตรงกลาง ซึ่งเกือบจะได้เฮ 2-3 ครั้ง แต่ตอนนั้นยังมี เซร์คิโอ โรเมโร่ งัดซูเปอร์เซฟปัดป้องบอลออกไปได้

จนท้ายที่สุดทำนบของ ผีแดง ก็ต้องพังทลาย ซึ่งมันเป็นจังหวะที่ไม่น่าจะเสีย (จากมุมมองของผู้เขียน) เพราะมีนักเตะสวมชุดสีแดงมากมายอยู่ในกรอบเขตโทษแต่ดันปล่อยให้ ราอูล ฮีเมเนซ แหวกมาแบบนั้น แล้วดันดวงซวยบอลไปโดน ป็อกบา ที่กลายเป็นตั้งให้กองหน้าเม็กซิกันหมุนตัวหวดด้วยขวาเข้าไป

ถึงจุดนั้นความมั่นใจของ วูล์ฟส์ พุ่งสูง สีหน้านักเตะเจ้าบ้านเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ และมันทำให้พวกเขากลับไปเล่นในเกมที่ถนัดนั่นคือรอจังหวะโต้กลับ และมันก็นำมาซึ่งประตูที่สองของพวกเขา

จังหวะนั้น ลุค ชอว์ ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ และต้องชมการเล่นของ ดีโอโก้ โชต้า ที่ลากดึงจังหวะจนได้เปรียบแล้วใส่สกอร์ด้วยซ้าย

สถานการณ์ตรงนั้นแทบจะหมดหวังสำหรับ ปิศาจแดง แม้ทีมจะขึ้นชื่อเรื่องการ ‘คัมแบ็ก’ และตายยาก แต่หากพิจารณาจากผลงานและฟอร์มตลอดช่วง 70 กว่านาที แฟนบอลก็แทบก็ปิดโทรทัศน์นอนกันได้เลย

ไม่ใช่ไม่เชื่อว่า ผีแดง จะกลับมาไม่ได้ แต่หลักฐานตรงหน้ามันฟ้องทนโท่ว่าเป็นเช่นนั้น ถึงจะพยายามสักเพียงใด แต่ในวันที่อะไรๆไม่เป็นใจ ทุกอย่างไม่เข้าทางและเป็นไปตามที่ใจหวัง ผลมันก็ออกมาอย่างที่เห็น

ท้ายเกม ยูไนเต็ด พยายามเปิดเกมสู้ประตูที่เกิดขึ้นก็มาในเวลาที่แทบจะไม่เหลือ และนั่นคือจังหวะสุดท้ายในเวที เอฟเอ คัพ ซีซั่นนี้ คนที่น่าจะผิดหวังที่สุดคงหนีไม่พ้น โซลชา ที่ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกอารมณ์ชัดเจน

อันนี้ต้องยกมือเห็นด้วยกับคำสัมภาษณ์ที่กุนซือชาวนอร์เวย์ให้ไว้หลังจบเกมว่านี่เป็นที่ ปิศาจแดง ในยุคของเขาเล่นได้ “แย่” ที่สุด แทงบอลออนไลน์

แต่ฟุตบอลก็เป็นเช่นนี้ บางวันที่เล่นดีทีมก็อาจจะไม่ชนะ ผิดกับบางวันที่เล่นแย่ไม่เข้าฟอร์มแต่กลับเอาชนะออกมาได้ แต่เกมล่าสุดทั้งเล่นแย่และผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง มันจึงทำให้เป็นวันที่หม่นหมองของ โซลชา

เส้นทางที่สวยงามต้องมาชะงักด้วยความปราชัย 2 เกมติดต่อกัน

หากมองในแง่ดีแบบโลกสวยที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้ ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเพราะหลังจากนี้จะเป็นช่วงพักเบรกทีมชาติให้นักเตะบางรายได้หายใจหายคอ รวมไปถึงบรรดาแข้งทีมชาติที่จะได้ออกไปหาบรรยากาศใหม่ๆ หลังจากต้องกรำศึกหนักกับสโมสรมานานหลายเดือน

พวกที่มีปัญหาบาดเจ็บก็จะได้เวลาพักฟื้นเต็มที่ แข้งที่ยังไม่ฟิตเต็มถังก็จะได้มีเวลาเติมพลังและเสริมแกร่งให้กับร่างกาย

กระนั้นหากมองในแง่ลบ … หรือว่านี่จะเป็น ‘ของจริง’ ตามที่ใครหลายคนพูดเอาไว้ตั้งแต่ตอน โซลชา รับงานใหม่ๆ (ว่ายังไม่เจอของจริง)

อืม … ใครจะมองมุมไหนอันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของคนๆนั้น แต่สำหรับ โซลชา เขาเชื่อว่าเป็นช่วงที่เหมาะสมที่จะได้มีเวลาได้หยุดพักไม่ว่าจะเป็นทีมงานหรือนักเตะหลังการปราชัย 2 นัดซ้อน …

ถ้วยที่น่าจะหวังได้มากที่สุดหลุดลอยหายไป

ทว่าเส้นทางในฤดูกาลนี้ยังคงทอดยาวและมีงานให้ทำกันต่อไป แม้ว่าโอกาสใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะถูกมองว่าน้อยนิด และเป็นไปได้ยาก แต่ ปิศาจแดง ก็ต้องลงสนามและไปพิสูจน์ด้วยฝีเท้าของตนเองว่าสมควรได้ไปต่อหรือไม่

รวมไปถึงเส้นทางการลุ้น ‘ท็อป 4’ ที่ยังต้องต่อสู้ไปจนหยดสุดท้าย ซึ่งนั่นคือภารกิจสำคัญที่ยังหลงเหลืออยู่

ณ จุดนี้ ต้องปล่อยให้นักเตะบางส่วนออกไปทำหน้าที่กับทีมชาติและให้บางส่วนได้พักผ่อน และหลังจากนั้นก็ต้องกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งกับโปแกรมหฤโหดที่กำลังรออยู่ข้างหน้า

ขวากหนามที่ขวางหน้าคืออุปสรรคที่ต้องก้าวผ่าน ล้มลุกคลุกคลานบ้าง, เปรอะเปื้อนบ้าง หรือบางทีอาจจะเจ็บเพราะได้แผลฉกรรจ์ แต่นั่นคือเส้นทางที่ต้องเผชิญ พนันออนไลน์

หากไม่เจอกับอุปสรรคก็คงไม่มีทางเติบโต ฟุตบอลก็เช่นกัน ที่มีทั้งผิดหวัง สมหวัง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องยอมรับและมีชีวิตกับมันให้ได้

ไม่ต่างไปจากความฝันที่ยังคงทอแสงอยู่ตรงหน้า แม้อาจจะริบหรี่และ (อาจจะ) ถูกมองว่าฝันเฟื่อง, เพ้อฝัน (และอาจจะฝันเปียก) แต่ความฝันที่แหละที่เป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงให้ทุกคนก้าวเดิน

โค้งสุดท้ายในฤดูกาล 2018/19 กับสองภารกิจที่เหลืออยู่ ซึ่ง 1 เดือนต่อจากนี้เราคงเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้นว่าซีซั่นนี้ ปิศาจแดง จะจบลงเช่นไร

ทางเข้าSBOBET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *