ลิเวอร์พูลคืนฟอร์ม(ลุ้น)แชมป์

ทวงจ่าฝูงได้สำเร็จอีกครั้งแล้วสำหรับ ลิเวอร์พูล หลังคืนฟอร์มถล่ม บอร์นมัธ แบบขาดลอย 3-0 อันที่จริงมันก็ไม่ได้ถือเป็นอะไรที่เกินเป้า เนื่องจากก่อนเกมนี้เราก็รู้กันอยู่แล้วว่าเดอะ เชอร์รี่ส์ นั้นเป็นทีมที่ห่วยนอกบ้านมาก แพ้มา 7 นัดเยือนติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ทางเข้าSBOBET

แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าสาวกเดอะ ค็อป ต้องลิงโลดก็เพราะความอึดอัดกับผลการแข่งขัน รวมถึงฟอร์มการเล่น 2 นัดก่อนหน้านี้ ทำให้โดน แมนฯ ซิตี้ แซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูง ในขณะที่ปั่นต้นฉบับนี้ผมยังไม่รู้ผลในคู่ของ แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี ซึ่งหากฝ่ายแรกชนะก็จะแซงหงส์แดงไปรั้งจ่าฝูงอีกหนจนกว่าจะถึงโปรแกรมแดงเดือดที่นั่นแหละจะทำให้เราเตะเท่ากับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

อันที่จริงผมก็ไม่ได้อยากจะเขียนถึง ลิเวอร์พูล อะไรมาก เพราะเวลามีงานที่หงส์แดงมาเกี่ยวข้องทีไร แน่นอนความเอนเอียงย่อมเกิดขึ้นอยู่แล้ว จะสังเกตุได้ว่างานของผมในช่วงหลังๆ จะออกแนววาไรตี้หลากหลายเรื่องราวต่างๆ มากกว่าไม่เชื่อไปย้อนดูได้ ทางเข้าSBOBET

ทว่ากับการที่ทีมรักกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีอีกครั้งหลังสะดุดไปมันก็ทำให้ความอัดอั้นต่างๆ พวยพุ่งออกมา ว่ากันถึงเกมนี้ ข่าวดีของพวกเราเลยก็คือ คล็อปป์ ได้เหล่านักเตะที่มีอาการบาดเจ็บหายกลับมาหลายราย ไล่ตั้งแต่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ รวมถึงสองมิดฟิลด์ตัวกลางอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม

สิ่งที่เป็นข้อถกเถียงอันร้อนระอุในโลกโซเชียลช่วงที่ผ่านมาก็คือระบบการเล่น บ้างก็ว่าอยากให้ใช้ 4-3-3 เหมือนที่เป็นมาตั้งแต่ซีซั่นก่อน บ้างก็ว่า 4-2-3-1 ดูสมดุลมากกว่า สุดท้ายแล้ว นายใหญ่เมืองเบียร์ก็เลือกแผน 4-3-3 อีกครั้ง เช่นเดียวกับนัดก่อนหน้านี้ที่เสมอ เวสต์แฮม แบบที่เรียกได้ว่าฟอร์มดิ่งลงเหวแทบจะที่สุดนัดนึงในฤดูกาลนี้

โอเค เมื่อแผนการถูกวางไว้ตามเดิม แต่ที่เปลี่ยนแปลงไปหนึ่งตำแหน่งก็คือ จีนี่ ไวนัลดุม ได้โดนยัดเป็นตัวจริงแทน อดัม ลัลลาน่า แม้จะไม่มีข้อบ่งชัดว่านี่คือจุดที่ทำให้หงส์แดงดีกว่าเดิมจากหน้ามือเป็นหลังตรีน!!! แต่มันก็ชัดเจนว่าดาวเตะดัตช์สร้างอิมแพ็คท์ในเกมนี้ได้อย่างมากมาย

เริ่มเกมมาสิ่งที่เราได้เห็นจนชินตาก็คือ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกครองบอลได้มากกว่าเมื่อพบกับคู่แข่งที่ไม่ใช่ทีมใหญาอะไร ทีมพวกนั้นจะมาแผนเดียวกันหมดก็คือ มรึงอยากครองบอลก็ครองไป แต่กรูก็จะไม่เปิดพื้นที่สุดท้าย หรือปล่อยให้พวกมรึงได้เล่นเกมเร็วแน่นอน

แม้ก่อนที่จะได้ประตูขึ้นนำจาก ซาดิโอ มาเน่ ในนาทีที่ 24 หงส์แดงจะมีโอกาสลุ้นประตูอยู่บ้าง แต่ที่ต้องยอมรับเลยก็คือความอึดอัดที่ยังหาโอกาสจะแจ้งไม่ได้เสียที ทีนี้พอ มาเน่ โหม่งเข้าไปมันก็มีประเด็นอีกแล้วว่าล้ำหน้ารึเปล่า โกงรึเปล่า อะไรอีกรึเปล่า

แต่ขอโทษ นั่นมันก็เป็นการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ซึ่งก็ทีมงานเดียวกันกับที่ทำทั้งลีก และลูกนี้มันก็ไม่ได้ล้ำหน้าแบบชัดเจน หรือน่าเกลียดอะไร จะว่าล้ำก็ได้ หรือไม่ล้ำก็ได้ มันก้ำกึ่งมากกว่า ยังไงจังหวะนี้ก็ต้องชมเชยการเข้าทำของ ลิเวอร์พูล ด้วยที่พยายามหาทางเจาะแนวรับอันหนาแน่นของทีมเยือน ก่อนที่ เจมส์ มิลเนอร์ จะได้บรรจงเปิดบอลอย่างงามหยดมาเข้าหัว มาเน่

ทีนี้หลายคนกลัวกันไปอีก 2 นัดที่ผ่านมา มาเน่ ยิงประตูขึ้นนำเหมือนกัน และก็ลงเอยด้วยการไม่ชนะเหมือนกัน อ้าว!พอ มาเน่ ยิงประตูแรกของเกมมันเลยมีความรู้สึกเสียวสันหลังยังไงบอกไม่ถูก แต่ไม่ใช่กับนัดนี้

สิ่งที่ได้เห็นหลังจากหงส์แดงมีสกอร์นำ 1-0 แล้วก็คือ ลิเวอร์พูล พยายามเดินหน้าบุกต่อ แต่ด้วยสีหน้า แววตา หรือการเล่นของนักเตะมันแตกต่างไปจาก 2 เกมก่อน มันดูเหมือนพวกเขาจะเล่นเป็นตัวเองในแบบที่มั่นใจมากกว่าเดิม พนันออนไลน์

ปัญหาที่ว่านำแล้วไม่ได้เม็ดสองก็คลี่คลายไปด้วยลูยิงระดับเวิลด์คลาสขจอง จีนี่ ซึ่งก็เกิดจากการเพรสซิ่ง แล้วฉกบอลได้จาก จอร์ดอน ไอบ์ ก่อนที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน จะโชว์เท้าชั่งทองหยอดอย่างเหมาะเจาะเข้าเขตโทษ

พอครึ่งแรกจบด้วยสกอร์นำ แถมเป็นการนำแบบสองลูก แน่นอน ลิเวอร์พูล เล่นง่ายขึ้นมาก

เป็นไปตามคาด ครึ่้งหลัง บอร์นมัธ เลิกเล่นแบบรับลึก และพยายามเปิดเกมสู้เพื่อทวงประตูคืน และมันก็เข้าทางหงส์แดงชัดเจน เพราะมาได้ลูกสามจากการเริ่ม 45 นาทีหลังเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น

เกมเพรสซิ่งของ ลิเวอร์พูล ทำงานอีกระลอก และ นาบี เกอิต้า บุรุษผู้โดนโลกโซเชียลกระทืบจนร่างแหลกในช่วงหลัง โชว์สกิลจ่ายคิลเลอร์พาส บอลไปถึง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ตอกส้นคืนมาให้ โม ซาลาห์ รับช่วงต่อยิงเข้าไปเกมนี้จะเห็นได้ว่า ลิเวอร์พูล เริ่มกลับมาเล่นเกมเพรสซิ่งแบบที่ชินตาในยุคของ คล็อปป์ อีกครั้ง แต่ไม่ใช่ว่าบ้าเลือกตะบี้ตะบันเพรสมั่วตั้วไปหมด ตลอด 90 นาทีในเกมจะมีการเพรสหนัก เพรสเบา เรียกได้ว่าครบรสเลยทีเดียว

จากนั้นเกมสวนกลับของ ลิเวอร์พูล ก็ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่น่าเสียดายที่ประสิทธิภาพนั้นดันไม่มาในช่วงของจังหวะจบสกอร์ด้วย เลยกลายเป็นยิงนกตกปลาไปเสียหมด หลายคนเสียดายที่ไม่ชนะเยอะกว่านี้ แต่อย่างลืมนะครับ อย่างน้อยๆ เราก็กลับมาเก็บสามแต้มอีกครั้ง และมีคลีนชีตอีกครั้งด้วย

ตามความรู้สึก ซีซั่นนี้หงส์แดงเปลี่ยนไปเป็นทีมที่มีเกมรับเป็นจุดขาย สถิติไม่เคยหลอกใคร ก่อนเข้าสู่ปี 2019 พวกเขาเสียประตูในลีกไปเพียงแค่ 8 ลูกเท่านั้น ทว่าด้วยอาการบาดเจ็บ หรือจะกดดันอะไรก็แล้วแต่ ช่วงหลังเกมรับที่เคยแกร่งดังภูผาไม่ได้ดีเหมือนเก่า 3 นัดหลังสุดพวกเขาไม่มีคลีนชีตเลย แถมเสียรวมถึง 5 ลูกด้วยกัน

ดังนั้น การคลีนชีตเกมนี้จึงน่าจะทำให้พวกเขากลับมามั่นใจ และอยู่กับร่องกับรอยอีกครั้ง ทีนี้เรามาดูอิมแพ็คท์ใหญ่ของ ไวนัลดุม กันบ้าง มิดฟิลด์ดัตช์ถูกหลายสื่อ ทั้งสื่อท้องถิ่น และสื่อใหญ่ยกให้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในนัดดังกล่าว

ไวนัลดุม ในเกมนี้ถูกวางในตำแหน่งเดียวกันกับของ ลัลลาน่า ในเกมก่อนนั่นแหละ คือเป็นตัวเชื่อมบอลเยื้องๆ ไปทางขวากับ โม ซาลาห์ แต่สิ่งแตกต่างก็คือ ลัลลาน่า ทำไม่ดี ผิดกับ จีนี่ ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม กับ 3 มิดฟิลด์ของ คล็อปป์ ในเกมนี้ ไวนัลดุม คือคนที่ถูกวางให้บงการเกมรุกของทีม โดย ฟาบินโญ่ จะปักหลักอยู่ตรงกลาง หรือบางทีลงไปเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ เมื่อ โฌแอล มาติป ขยับไปช่วยทางขวาขณะที่ มิลเนอร์ ลงมาเล่นเกมรับไม่ทัน

ส่วน นาบี เกอิต้า ก็ยืนปักหลักในแดนกลางเลย เพื่อซ้อนตำแหน่งของ โรเบิร์ตสัน ที่เติมสูง เราจึงสังเกตุได้ว่า เกอิต้า จะขึ้นไปช่วยเล่นเกมรุกน้อยมากในเกมนี้ แทงบอลออนไลน์

อีกข้อที่สำคัญสุดสำหรับเกมนี้ก็คือ 3 ประสานในแดนหน้ากลับมาทำผลงานกันได้ครบองค์อีกครั้ง จากนี้ไปจนถึงจบซีซั่น ลิเวอร์พูล จะคว้าแชมป์หรือต้องผิดหวังอีกครั้งยังไม่ใครตอบได้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในนัดล่าสุดมันชัดเจนแล้วว่าพวกเขายังคงพร้อมสู้เพื่อตำแหน่งนั้นที่ถวิลหามาอย่างยาวนาน และมันต้องเล่นให้ได้อย่างนี้สิวะ!!! ถึงจะสมราคาทีมลุ้นแชมป์หน่อย

ทางเข้าSBOBET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *